อีนี่นะจ๊ะ ขายจ้ะ

posted on 06 Nov 2009 21:44 by kitsch-me-five

แม้จะเริ่มแก่หง่อมและหย่อนยานการติดตามแฟตเรดิโอ
แต่เต้ก็ยังคงไปงานแฟตทุกปีไม่มีพลาด
ด้วยกิจกรรมซ้ำซาก ไปยืนกรี๊ดวงเก่าๆ สมัยยังสาว เหล่นักดนตรีชายที่หมายปอง และสนุกสนานไปกับวัฒนธรรมเด็กแนวเจเนอเรชั่นใหม่
แต่ปีนี้ เต้มีกิจกรรมใหม่
เป็นการไปออกบูธในฐานะสำนักพิมพ์มหาสมุด
ในส่วนนี้ เลยต้องขายของตามระเบียบนะ

สินค้าหลัก
หนังสือคุยคุ้ยเขี่ย ปัดรำคาญ และทำไมจะไม่คิดถึง
ลดราคาแบบเวรี่มาก เหลือเล่มละ 100 บาทขาดตัว
ส่วนไทยจัง! ซึ่งยังข้าวใหม่ปลามันอยู่นั้น
สนนราคา 140 บาท
และโปรโมชั่นเดิมๆ เพราะยังขายไม่หมด (ฮา)
ทำไมจะไม่คิดถุง หรือถุงกุ๊กกิ๊กใส่หนังสือนั้น ยังคงราคาเดิม
ซื้อพร้อมหนังสือ 49 บาท ซื้อแยก 79 บาท

สินค้ารอง
ด้วยความอยากตัดเสื้อเหลือประมาณ แต่ใส่คอไม่เป็น เย็บแขนไม่ตรง
เลยเกิดเสื้อย้วยแต่แอบกุ๊กกิ๊ก เป็น kitsch me for mahasmood collection
ผ้านิ่มม้าก มาก
ขายแค่ 150 เองด้วย

สินค้าเล่น
หมาสมุด - สินค้าหาสาระอันใดไม่ได้ นอกจากคิดชื่อได้แล้วอยากใช้
ตุ๊กตาหมาหน้าตาเพี้ยนตัวกะเปี๊ยกราคา 20 บาทจึงติ่งมาด้วยประการฉะนี้

สินค้าข้างบ้านลำดับที่หนึ่ง
พี่บอกอ Computer Arts เขาฝากมา
ใครอยากได้เล่มใหม่ล่า และอยากซื้อเล่มเก่าๆ แบบลดราคา ก็มาหาได้ที่มหาสมุดนะ

สินค้าข้างบ้านลำดับที่สอง
หลุม หนังสือทำมือของ ก อ ง โ ต
เจ้าของเดียวกับก้อง กบนอกกะลา และคอลัมน์ ก ข ค ง ใน a day
แวะมาอุดหลุมและอุดหนุนกันได้

ทั้งนี้ บูธอยู่ในโซนมหาสมุดอินดี้ (แหม อยู่ดีๆ สำนักพิมพ์ก็ใหญ่โตขึ้นมา)
หาง่ายมากเพราะอยู่ตรงข้ามบูธสปอนเซอร์ (ได้คุยแข่งกับเสียงพริตตี้เล่นเกมแน่ๆ)
แล้วเจอกันที่เวทีดูม ดูมนะ
อ้าว ไหนมันบอกว่าไปขายของ

 

 

 

เมื่อลองวีคเอนที่ผ่านมา เต้ลองทำตัวเอนๆ ดู
ถ้าขยายความ ก็สามารถทำให้เห็นภาพได้ว่า เมื่อศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เต้ใช้ชีวิตเอนๆ เอียงๆ อยู่บนโซฟาหน้าทีวีแบบไม่กระดิกไปไหน
บนปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่ทำงานสักแอะ และจะเก็บเกี่ยวนาทีทองนี้อย่างคุ้มค่าทุกนาที (แม้ว่าจะไม่ได้ดูทีวีสีช่อง 3)
ส่งผลเป็นความบ้าคลั่ง ดังต่อไปนี้

อ่านรุกสยามจบ
เย่!!!!!!!!!!!!!!
นวนิยายยั่วล้อประวัติศาสตร์ว่าด้วยศึกชิงอำนาจในราชสำนักสมเด็จพระนารายณ์ความหนา 716 หน้า
เต้ซื้อมาตั้งแต่ book fair เดือนมีนา และสัญญาว่าจะอ่านให้จบก่อน book fair เดือนตุลา
ตัวละครเยอะแยะ เรื่องยุ่บยั่บ และสำนวนยั่วยวนชวนวิงเวียน ทำให้เต้ยอมแย้ว หลับคาหนังสือไปหลายต่อหลายหน
แม้ว่ามันจะสนุก แต่เป็นความสนุกที่ต้องใช้ความอดทนและเรียกร้องความสนใจในระดับมหึมา
แต่ในที่สุด เต้ก็ปิดหนังสือเล่มนี้ด้วยปกหลังได้เรียบร้อย
น้ำตาจะไหล
รู้สึกเหมือนสำเร็จภารกิจใหญ่ประจำปี

หยิบมหาภารตยุทธ์ต่อทันที
ไปร้านหนังสือเก่ากึ้กที่วังบูรพา แล้วสอยเรื่องนี้เวอร์ชั่นที่ลุงคนค้า อวดอ้างว่าต้นฉบับ
ร.อ. หลวงบวรบรรณรักษ์ (นิยม รักไทย) แปลจากฉบับของฐากูรราเชนทรสิงห์
อยากอ่านมาแสนนาน เพราะมันปรากฎอยู่ในเทพเจ้าของสิ่งเล็กๆ อรุณธตี รอย ว่าด้วยตำนานที่คนอินเดียยึดถือเป็นคัมภีร์ชีวิต
เปิดมาหน้าแรก เต้จะเป็นลม
นอกเหนือจากตัวละครที่เราคงพอจะเคยได้ยินอย่างอรชุน หรือกฤษณะ
เต้ได้รู้จักเจ้าปาณฑวภราดา อันมียุรธิษฐิรเป็นพี่ใหญ่ มีมเหสีชื่อเทราปที มีลุงชื่อธฤตราษฎร์ มีญาติชื่อภีษม มีหลานชื่อฆโฎต์กจะ มีวิญญาณกระหายศึกในสนามยุทธ์ มีนิราสภัยและนิราสหฤทัย มีมารดาแห่งพินาศกรรม ผู้บุตรแห่งอเวจี แถมยังมีรากษสโทสะ และอะไรต่อมิอะไรที่เอะๆ อะๆ จนจะบ้าตาย
อ่านไป บ่นไป
จบซะงั้น!
แม้ว่าวิถีแบบธรรมะชนะอธรรมของเรื่องนี้ เต้จะไม่ยินดีด้วยเท่าไหร่
เพราะฝ่ายธรรมะมักชนะบนความไม่แมน
ถ้าจะแจกแจงเห็นจะยาว (และใครจะไปอยากรู้กะแก๊!)

คว้าสี่แผ่นดินอย่างกระหาย
ตั้งรอต่อคิวรุกสยามมานานโข พอได้โอกาส เต้ก็พลิกๆๆ อย่างตะกละ
ตามติดชีวิตแม่พลอยแบบไม่ปล่อยให้คลาดสายตา
ซักโฮกไปได้ 2 แผ่นดิน ก็ต้องกดปุ่มสต็อปฉับพลัน
บอล เอฟ.เอ. คัพ ท่าเรือ VS บีอีซีเทโรศาสนมา
แม่พลอยจ๋า หนูลาสักครู่

เชียร์ท่าเรือไทยใจขาด
เนื่องจากถูกลอยแพ หาคนไปดูที่สนามศุภเป็นเพื่อนไม่ได้
เต้เลยต้องพึ่งช่อง 11 ถ่ายทอดสดให้ดูที่บ้าน
จริงๆ เต้อยากดูคู่นี้มาก เพราะกำลังตัดสินใจว่าฤดูกาลหน้าที่เชียร์ทีมไหนดี
เนื่องจากฤดูกาลที่ผ่านไป เต้ไร้ทีมเชียร์ เลยไม่สนุกเท่าไหร่
ตั้งใจจะเชียร์ท่าเรือเพราะบ้านใกล้ เอ๊ะ หรือเชียร์บีอีซีดีไหม ไหนๆ ก็มีพี่ตะวันที่เรารักตั้งแต่สิบขวบดูแลทีม
เกมดำเนินไป บีอีซียิงเข้า...เต้ร้องเสียดาย
พอพี่แว๊นท่าเรือไทยซัดเข้าไป เต้กรี๊ดลั่นบ้าน
เลือดแว๊นในตัวมันเรียกร้อง
แม้ว่าพี่ปรัชญ์ เบอร์ 5 แห่งบีอีซี จะหล่อขาวเคราเขียวน่ากรี๊ดเพียงไหน
แต่พอเห็นพี่แว๊นจากคลองเตยที่โค้ชเตี้ยปั้นมากับมือเลี้ยงบอลเข้าหน่อย เต้ก็ยอมตั้งแต่ตั้งลูกเตะมุม
เอาล่ะ เบิกบานใจที่เลิกสองใจได้เสียที
หมด 90 นาที เสมอกัน ต้องต่อเวลาและยิงลูกโทษ แต่พี่ช่อง 11 เลิกถ่าย
อืม..ได้จ้ะ

ป.ล. ท่าเรือเป็นแชมป์นะ เย่!!!

หัดเป็นแม่ศรีเรือน
แล้วเต้ก็ตื่นเช้า เข้าครัว และให้แม่สอนทำแกงเขียวหวานกุ้ง
ยุ่งทุกกระบวนการ พร้อมจดทุกสูตร เก็บทุกทิป ทุกทริกไม่มีหล่น
แถมยังพยายามจะสร้างสรรค์ ห่อเกี๊ยวแบบโอริกามิ(แม้ว่าต้มแล้วก็เหมือนห่อแบบธรรมดาอยู่ดีก็ตาม)
นี่กะว่า ถ้าอยู่มือเมื่อไหร่ จะเปิดร้านเลยนะเนี่ย
(ขายแกงเขียวหวานอย่างเดียวนะ เพราะยังทำอย่างอื่นไม่เป็น)

ค้นหาสไตล์และสัญญะในเอเลี่ยน
ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ยูบีซีเอาเอเลี่ยนมาฉายใหม่ครบเซ็ต
เต้ไม่ชอบดูหนังทำนองนี้ แต่แม่และป๋าจ้องตาแป๋ว
ไหนๆ ก็นั่งอยู่หน้าทีวี และได้ยินว่าภาคที่จะได้ดูนี่ พี่ jean-pierre jeunet แห่ง amelie ที่เรารักยิ่งกำกับ
เอเลี่ยนภาคนี้จะมีสไตล์จี๊ดจ๊าดแค่ไหนกันนะ เอเลี่ยนตัวลูกจะกุ๊กกิ๊กน่ารักเหมือนตัวโนมของพ่อเอมิลี่หรือเปล่า
ไม่มี
ไม่มี
และที่ช้ำใจว่านี้ รู้อีกว่าเอเลี่ยน 3 กำกับโดย devid fincher แห่ง fight club se7en หรือ benjamin button
บางที หนังบางชนิดก็ไม่มีที่ว่างให้ตัวตนของผู้กำกับ
เอ๊ะ หรือว่านั่นคือตัวตนที่แท้จริงของพี่เขา
ไม่นะ ไม่

happy alone
วันอาทิตย์มีหนึ่งภารกิจที่ต้องทำยามค่ำ คือไปช่วยจัดการหนังสือมหาสมุดที่ฝากขายในงานบุคแฟร์
ระหว่างนั่งรถเมล์ล่องลอยไป รถติดธรรมดาอยู่ย่านนางลิ้นจี่
กระโดดลงจากรถทันที แล้วเดินลันลาเก็บแต้มตามเคย
รวยรุ่งเรือง - หมู่บ้านตึกแถวธรรมดาสามัญที่เต้เดินดุ่มเข้าไป
แอบดูร้านโชวห่วย เด็กไม่ใส่กางเกง สก็อยส์ยืนเขินแฟน และอาม่าออกมาซื้อกับข้าวตอนเย็น ฯลฯ
บันเทิงอย่างบอกไม่ถูก
ยิ่งนั่งรถสองแถวซอกซอนซอยสวนพลู เต้ยิ่งหุบยิ้มไม่ได้
ในหูมีเพลง happy together เปิดวนซ้ำ ฉากรอบตัวเปลี่ยนไปตามรถวิ่ง
ยิ้มอย่างกว้าง
นี่ถ้าวิ่งแกว่งแขนเริงร่าร้องเพลงแบบโดโรธีแล้วไม่อาย มันก็คงทำไปแล้ว
สงสัยตัวเองเหมือนกัน ทำไมมันมีความสุขง่ายจัง (วะ)

จบสลดใจ
ใกล้หมดวัน มานั่งประมวลว่าเปิดเทอมวันจันทร์มีงานให้ต้องทำมากแค่ไหน
โศกนาฎกรรมชัดๆ
วันหยุดหน้าเมื่อไหร่ มาไวๆ นะ

 

 

 

ขายของตลอด

posted on 15 Oct 2009 18:20 by kitsch-me-five

ขอขายของหน่อยนะ
ซื้อหนังสือสำนักพิมพ์มหาสมุดในงาน book fair ที่จะมีตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 25 ตุลาคมได้ส่วนลด 10%
และได้สิทธิพิเศษเล็กๆ ซื้อถุงผ้ากุ๊กกิ๊กที่แอบโฆษณาไว้ในเอนทรี่ก่อนได้ในราคา 49 บาท ซื้อแยกๆ 79 บาท (หรือได้ฟรีในโปรโมชั่นสั่งซื้อทางสำนักพิมพ์)
ณ บูธระหว่างบรรทัด โซน Atrium บูธ W01
แต่ถ้าอยากซื้อหนังสืออย่างเดียว มีขายอีกที่
โอเพ่นบุ๊คส์ โซน Plenary Hall บูธ K05
อัลเทอร์เนทีฟ ไรเตอร์ โซน C1 บูธ O15
มารส์ พับบลิชิ่ง โซน Plenary Hall บูธ K02
อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ โซน C2 บูธ Q23

ลืมเห่อ
ใครที่ชอบคอลัมน์ใหม่เอี่ยมในอะเดย์ชื่อเมดอินไทยแลนด์น่าจะชอบเล่มนี้มากมากมากมาก
ไทยจัง! เล่มล่าจากมหาสมุดโดยนวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ เจ้าของคอลัมน์ที่ว่า และชาคร ไชยปรีชา นักวิจารณ์หนังคู่ขา เอ้ย เข้าขากัน
อันนี้บอกตรงๆ แบบไม่โฆษณา คือมันฮามากจ้ะ
นำเรื่องเวรี่ไทยมาขยี้ขยายจนอ่านแล้วหัวเราะหงายหลัง
แวะไปอุดหนุนกันได้ในวันหลังๆ นะ

ป.ล. ทานยาหลังอาหารแล้วดื่มน้ำตามากๆ อันเป็นรวมเรื่องสั้นของเราที่ได้มีการแอบเห่อไว้ที่บล็อกจักรพันธุ์นั้น
พิมพ์ไม่ทันจ้ะ (แง่ว!)
ไว้เสร็จเป็นเล่มจะเอามาขี้อวดในวาระต่อไป

 

 

 

 

อากาศดีนะคะช่วงนี้
ฝนตกฉ่ำฟ้าเล่นเอาหลังคาที่ออฟฟิศลอยฝ่าฝนมาเป็นแผ่นๆ เลยค่ะ
ช่วงเวลาว่างๆ ระหว่างฝนไม่ยักซา
ดิฉันจึงหยิบงานอดิเรกที่ทำเป็นประจำมาปัดฝุ่น
ไปพร้อมๆ กับจิบชาอุ่นๆ แกล้มอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์มหาสมุดค่ะ
ต้องบอกเลยค่ะว่า ของเขาดีจริงๆ
(พอเห้อะ!!!)

เอาล่ะ เลิกทำแอดเวอร์แล้วโฆษณากันตรงๆ เลยดีกว่า
คือหนูกำลังทำโปรโมชั่นให้สำนักพิมพ์มหาสมุดค่ะ
ซื้อวันนี้ แถม ถุงผ้ากุ๊กกิ๊ก ยุกยิก ปุ๊กปิ๊ก นุกนิก และตุ๊กติ๊ก 1 ใบแบบฟรีๆ
เฉพาะสั่งซื้อโดยตรงกับสำนักพิมพ์จ้ะ
ตอนนี้มี available 3 เล่มก่อน อันได้แก่ คุยคุ้ยเขี่ย ทำไมจะไม่คิดถึง และปัดรำคาญ
ใครสนใจ อีเมลมาที่ mahasmoodbooks@gmail.com

ป.ล. ถุงผ้ากุ๊กกิ๊กยุกฯ นี้ เป็นสินค้าทำเองแบบไม่หวังเก็งกำไร
และออกจะเกร็งนิดหน่อยเวลาทำ เพราะกำลังอยู่ในช่วงฝึกหัด
ใครอยากได้สีอ่อน สีหวาน สีแมน หรือสีแบบไหนก็บอกมา
จะจัดหาให้ตามใจชอบ

ใครไม่อยากได้ ให้วงเล็บมุมซองว่าเอาแต่หนังสือ ไม่เอาถุง ก็ได้จ้ะ
(แต่หนูจะแอบเสียใจ ซึ่งยอมให้สมน้ำหน้าได้เต็มที่)


 

 

ร่มจม

posted on 11 Sep 2009 23:09 by kitsch-me-five

 

หนูกำลังประสบปัญหาหน้าฝนค่ะ
ไม่ใช่หลังคารั่ว ตากผ้าไม่แห้ง หรือเป็นฮ่องกงฟุตแต่อย่างใด
หนูมีปัญหากับน้ำใจค่ะ

วันก่อนโน้น ฝนตกจั้กๆ
หนูยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์หน้าออฟฟิศในสภาพไร้ร่ม
อาศัยร่มไม้บังหยดฝนได้สักครู่ก็ต้องยอมแพ้ เพราะมันถล่มมาแบบมืดฟ้ามัวดิน
ดังนั้น เมื่อเห็นแท็กซี่เปิดไฟว่างแดงโร่มา หนูก็โบกทันที
ระหว่างก้าวขาขึ้นรถ หนูเลยเอ่ยปากชวนสาวนางหนึ่งที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ข้างๆ กันขึ้นมาด้วย
บอกเขาว่า เดี๋ยวไปส่งปากซอย
เขางง แล้วก็ขึ้นมานั่งข้างกันอย่างงงๆ
แล้วรถก็ติดหนึบเหนียวเหนอะ หนูเห็นอาการกระส่ายกระสับของเขา เดาว่าในใจเขาคงคำนวณว่าควรจะหยิบยื่นค่าแท็กซี่ให้หนูเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม
ไอ้เราก็ไร้มนุษยสัมพันธ์ จะชวนเขาคุยละลายพฤติกรรมก็ไม่ถนัด
จึงปล่อยเขาควักกระเป๋า แคะขี้หู ถูขี้ตาอยู่เงียบๆ จนรถเคลื่อนถึงปากซอย ถึงบอกเขาไปว่า ไม่ได้จะชวนหารค่ารถค่ะ ลงไปขึ้นรถไฟฟ้าให้สบายใจได้เลยจ้ะ
ตกลงหนูมีน้ำใจหรือสร้างความลำบากใจให้เขากันวะ

วันก่อนอีกครั้ง ฝกตกหนักจนเริ่มซา
เต้มีร่มจึงเดินลัลลามารอรถเมล์ที่เดิม
แล้วก็นิสัยเสีย อารีแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง
เห็นเจ๊คนหนึ่งยืนตัวลีบๆ หลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ ก็เสนอร่มไปคลุมหัวเขาแบบแบ่งกัน
"อยู่ด้วยกันค่ะ จะได้ไม่เปียก"
เจ๊หันมาตกใจ ยิ้มงงๆ แบบไม่ค่อยไว้ใจ
แล้วชวนหนูคุยว่ารอรถเมล์นานนะ ต้องไปสำโรง บ้านอยู่ปากน้ำ บลา บลา บลา
แต่บทสนทนาไม่สามารถปิดบังอาการไม่ไว้ใจไว้ได้เลย
เจ๊พยายามขยับตัวให้มีระยะห่าง ใต้ร่มแคบๆ ของหนู
พอเขาห่าง หนูก็ต้องเอียงร่มไปบังเขามากขึ้น
เลอะเทอะไปกันใหญ่
พอรถมา เจ๊ก็รีบขึ้นไป โดยไม่สนว่าใช่รถที่อยากไปหรือเปล่า
สงสารเขาจัง
เต้ ทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีกนะ

จำได้ว่าเคยเกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้แถวหมอชิต
แต่คนที่หนูแบ่งร่มให้เป็นทหารเกณฑ์หัวใจกิ๊วก๊าว
ชั่วระยะห่าฝน ถึงหนูจะระแวงเขานิดหน่อย แต่หนูไม่รู้สึกว่าเขาระแวงหนูเลย
และพอพี่ทหารเกณฑ์เล่าให้หนูฟังถึงชีวิตที่บ้านนอกคอกนาของเขา ความระแวงที่มีก็หายไปปลิดทิ้ง
ฝนซา พี่เขาขึ้นรถทัวร์จากไป หนูได้รอยยิ้มกว้างใหญ่กลับบ้าน

แล้วตกลงหนูทำอะไรผิดไปตรงไหนคะ
ทำไมผลลัพธ์มันต่างกันจัง

 

ป.ล. รูปข้างบนไปขโมยเขามา ใครที่ชอบ cloud umbrella ของพี่ จุนซู คิม อันนี้ ไปดูรายละเอียดได้ที่ www.joons.co.kr จ้ะ