ฉัน-หนังสือ

posted on 01 Feb 2009 16:13 by kitsch-me-five

 

1
แป้ง เต้ นุ้ย และเอี่ยว สนทนากันเรื่องชั้นหนังสือ
แป้งบอกว่า ตอนนี้กำลังเห่อชั้นหนังสือที่ซื้อมาใหม่เป็นอย่างมาก แค่ได้มองสันหนังสือที่วางเรียงกัน ก็มีความสุขล้นเหลือ
เอี่ยวตั้งคำถามประหนึ่งเขียนคอลัมน์ว่า เวลาเรามองชั้นหนังสือ มันเหมือนเรากำลังอ่านหนังสือนั้นๆ อยู่ไหม
เต้อือ-ออ แต่ก็ยังคลางใจ
สันปกทำหน้าที่ได้ขนาดไหนกัน
2
ทุกเช้า ภาพแรกที่ตาลืมมาเห็น คือชั้นหนังสือที่วางชิดผนังฝั่งปลายเตียง
มันเป็นชั้นหนังสือที่แม่อุตสาหะทำให้ หลังจากเต้ร่างแบบไว้แล้วไม่ขยับตัวทำอะไรซะที
แผ่นไม้ฉำฉายาวกับอิฐมวลเบาที่ทำหน้าที่เป็นฐาน รองรับหนังสือจำนวนใหญ่ที่เคยระเกะระกะอยู่ตามมุมต่างๆ ของบ้านให้มาอยู่รวมกัน ซึ่งทำหน้าที่ควบกับอีกหนึ่งชั้น ที่อยู่หน้าห้องนอน
เต้ไม่ใช่คนละเอียดและละเลียดพอที่จะนั่งจัดหนังสือตามหมวดหมู่หรือผู้เขียน
หนังสือเก่า นวนิยายใหม่ ผลงานของคนใกล้ จึงผสมปนเปกันเละเทะไปหมด
จากสันที่หันมาเหล่านั้น เต้เห็นความไม่เข้ากันและเรื่องราวมากมาย
ไม่ใช่เรื่องในหนังสือ
แต่เป็นเรื่องของฉัน
3
เต้โตมากับหนังสือจากสำนักพิมพ์เม็ดทราย
มันเป็นสำนักพิมพ์เล็กๆ ที่แอบเอาการ์ตูนดิสนีย์มาแปลโดยไม่มีลิขสิทธิ์
และวรรณกรรมเด็กระจุกกระจิกที่จำรายละเอียดไม่ค่อยได้
รู้แต่ว่า เวลาแม่ไปคุยกับพวกป้าๆ น้าๆ ว่าน้องเต้ (ในวัยอนุบาล) ชอบอ่านหนังสือ
ป้าๆ น้าๆ จะทำหน้าตาชื่นชม และเต้จะรู้สึกว่า โอววว ฉันนี่เท่จริงๆ

พอขึ้นชั้นประถม แม่ซื้อสวนเด็กให้อ่าน
สวนเด็กเป็นนิตยสารเครือบรรลือสาส์นที่เต้ติดงอมแงม
เต้ชอบมังกี้ของพี่เอ๊าะ ชอบดูการ์ตูนทศชาติชาดกที่คุณ ว.ในวังชาย วาด (และทำให้เต้เกลียดพระเวสสันดรชาดกมาตั้งแต่ตอนนั้น) ชอบภาพประกอบของคุณเกริกบุระ ยมนาค ตั้งแต่วันที่ไม่รู้ว่าภาพประกอบคืออะไร
เคยเปิดคอลัมน์เพนเฟรนด์และเขียนจดหมายไปหาเพื่อนที่อยู่เมืองตรัง
เต้อยากเป็นบอกอ แม้จะไม่รู้หรอกว่า บอกอทำอะไร
จำได้ว่าเคยเอาสมุดโรงเรียนมาตีคอลัมน์ แล้วเขียนบทบอกอเอง วาดการ์ตูนเอง และทำสัมภาษณ์เองด้วย!!!

หลังจากสวนเด็กเลิกไป เต้หันมาแย่งแม่อ่านประดิดประดอย งานฝีมือ แม่บ้านทันสมัย ขวัญเรือน และกุลสตรี
หัดถักโครเชต์ด้วยตัวเองผ่านหนังสือเหล่านี้ และบ่มเพาะนิสัยแม่บ้านไว้เต็มเปี่ยม แม้ว่าแม่จะแย่งทำงานในวิชางานฝีมืออยู่เสมอ
เมื่อก่อน คอลัมน์เหล่านี้จะเอามาจากญี่ปุ่นอีกที แล้วทำอาร์ตเวิร์กใหม่ แปะทับตัวหนังสือญี่ปุ่นไป
ตอนนั้นสงสัยว่า ทำไมพี่ไม่คิดเองทำเองคะ แต่พอโตมานิด หนังสือเหล่านี้เริ่มคิดเองทำเองจริงๆ ก็เชยสะบัดจนหนูเลิกอ่านไปในที่สุด

และแล้ว เด็กป.4 อย่างเต้ก็เข้าห้องสมุดเองโดยไม่มีใครบังคับ
หนังสือเล่มแรกที่เต้ยืมคือ แม่เล่าให้ฟัง ของพระพี่นาง
แต่อ่านไม่จบ 55
ส่วนเวลาเพื่อนโดดหนังยางกัน เต้มักหนีไปอยู่ห้องแนะแนว เพราะที่นั่น มีสารานุกรมภาษาอังกฤษที่ภาพประกอบสวยม้ากมาก
เต้พยายามอย่างยิ่งที่จะวาดเลียนแบบภาพการ์ตูนนั้นๆ แต่พอหันไปเห็นเพ็ญวดีที่ประกวดวาดภาพวันพ่อแข่งกัน แล้วมันวาดในหลวงโคตรเหมือน
เต้ก็เลยท้อแท้ เลิกวาดรูปตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ขึ้นมัธยม เต้ได้รู้จักกับหนังสืออ่านนอกเวลา
เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก เรื่องของน้ำพุ ฉันอยู่นี่..ศัตรูที่รัก และอื่นๆ
ร้องไห้หัวใจสลายไปกับมอม ของมรว.คึกฤทธิ์และต้นส้มแสนรัก
แถมยังมีสำนักพิมพ์ผีเสื้อคอยหนุนหลัง
ปีกความฝัน โต๊ะโตจัง หนังสือของโรอัลด์ ดาห์ล ฯลฯ
ตอนนั้นโลกของเต้ใสสะอาด
บางที ถ้าอ่านความสุขของกะทิตอนนั้น อาจจะไม่เบ้หน้าหนีเหมือนตอนนี้ก็ได้

เต้เป็นสาวช้ากว่าเพื่อนทั้งในทางกายภาพและทัศนคติ
เต้ไม่ปลื้มกลอนใยไหม และไม่เห่อนักร้อง
แต่ไปหลงงอมแงมกับหนังสือกองโตที่เพื่อนพ่อขนมาจากสถานทูตที่ทำงาน
เพราะถ้าไม่นับนิยายภาษาอังกฤษปกวาบหวาม ในลังนั้นๆ ยังมี interni living etc และ wallpaper
เต้เปิดดูทุกวันจนกระดาษยุ่ย
เป็นของเลอค่าในชีวิต

เต้ขึ้นม.ปลาย และได้รู้จักกับหนังสือของอุดม แต้พานิช
เต้กรี๊ดมากจนกลายเป็นแฟนประจำ (ถึงขั้นมีอัลบั้มพัดลมเลยล่ะ)
แต่พร้อมกันนั้น เต้รู้จักพิบูลศักดิ์ ละครพลจากห้องสีขาวใต้หลังคา
ชอบมาก แต่ไม่กล้าบอกใคร
หนังสืออะไร ไม่มีเรื่องให้เล่าได้เลย

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเตรียมเอ็น
เต้อ่านว้าวุ่น อ่านกลิ่นสีและกาวแป้ง และอ่าน Home & Decor
อยากเรียนถาปัด อยากเรียนศิลปะ และอยากเรียนมัณฑนศิลป์!
แต่พอได้โควต้าสื่อสารมวลชน เต้ก็เกิดอาการอยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน
เดินหน้ามึนเป็นเด็กเกษตรโดยไม่ได้ลุ้นอะไรเลย

หลังลืมหูลืมตาจากกิจกรรมแสนหลากหลายในมหาลัยได้สำเร็จ
เต้ก็พบว่าเพื่อนซี้ในกลุ่มเป็นคอนิยายตัวยง ขวัญรักว.วินิจฉัยกุลหมดหัวใจ โอ๋มีกิ่งฉัตรเป็นพระแม่เจ้า  เต้จึงเอาเยี่ยงอย่าง เทิดทูนสุวรรณี สุคนธา และบริโภคนิยายมากหน้าหลายตาในอัตราสองวันเล่มอยู่เป็นปี เหมือนช่วงชีวิตที่ติดซีรีส์เกาหลีไม่มีผิด

และแล้ว ชะตาชีวิตก็พาเต้มามักจี่กับปราบดา หยุ่น
เต้หลงรักตัวหนังสือยึกยือของพี่เขามาก ปวารณาตนเป็นแฟนเขาอย่างไม่ลืมหูลืมตา
คุกเข่าคารวะชิทแตกวันละหลายๆ หน
แต่เมื่อซัดโฮกอ่านงานพี่เขาจนหมดแผง ก็เริ่มเกิดอาการมือสั่น อยากอ่านโน่นอ่านนี่
ระหว่างนี้ บริโภคงานไม่เลือกหน้า กรี๊ดวินทร์ เลียววาริณจากเรื่องสั้นโลกสามใบของราษฎร์แบบสุดเสียง
กะดี๊กะด๊าความจิตประหลาดในงานของคุณป้าบานานา โยชิโมโต และเอคุนิ คาโอริในระดับชิบหาย
หยิบงานของชาติ กอบจิตติมาอ่าน แล้วอยากผูกคอตาย
อ่านเจ้าชายน้อยแล้วรู้สึกว่ามันซึมซาบเข้าสู่ต่อมความชอบได้โดยไม่ต้องผ่านสมอง
เอียงคอทึ่งขอบฟ้าเหตุการณ์ของพี่นิวัติ พุทธประสาท
หันมาอ่านงานของเม่นวรรณกรรม และทินกร หุตางกูร
มีที่แฮงก์เอาท์เป็นร้านหนังสือใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่ในสยาม
เริ่มอ่านงานทำมือตามประสาเด็กแนวที่ต้องปฏิเสธว่าตัวเองเป็นเด็กแนว
ติดตามต้าเจียห่าวฉบับห้าบาท อ่านเพลิน เจอเพลย์ จิบ stick no bill
กระแดะรักคาริล ยิบรานและรพินทรนาถ ฐากูร สนใจประภาส ชลศรานนท์ตะหงิดๆ ปลาบปลื้มควันใต้หมวก ชักชอบบัวไร เผลอไปอ่าน 'ปราย พันแสง
ที่จะขาดเสียมิได้ (มิฉะนั้นไม่ใช่ตัวจริง) เด็กชายหอยนางรมของทิม เบอร์ตัน
และนอกเหนือจากนั้น ยังรัก summer สุดหัวใจ
(เอ๊ะ ไหงไม่มี a day)

ปีสาม เต้ลงเรียนวิชาวิจารณ์วรรณกรรมแบบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาสอนอะไร
แต่วิชานี้ก็ทำให้ได้รู้จัก กวี
อาจารย์อรรถพาเราไปเจอ เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง ของอังคาร กัลยาณพงศ์
พาไปร้องไห้กับขุนทอง เจ้าจะกลับเมื่อฟ้าสาง
หยิบงานอื่นๆ นอกเหนือจากฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่งของวิทยากร เชียงกูลมาให้อ่าน
เจอกลอนหมัดเดียวจอดของยังดี วจีจันทร์
ตลกขบขันกับกลอนล้อของไพบูลย์ วงษ์เทศ
และเจอสายแข็งอีกเต็มเทอม
รักวิชานี้ที่สุดเท่าที่เรียนมา

ช่วงท้ายของชีวิตนิสิต เต้เจอพ่อ
มุราคามิ น่าตื่นเต้นในระดับตัวอักษร
(ซึ่งควรยกประโยชน์ให้คุณนพดล เวชสวัสดิ์ด้วยกึ่งหนึ่ง)
ว่ากันตามจริง, หนูไม่ปลื้มโตมรเวอร์ชันเท่าไหร่นัก
แต่ก็นั่นล่ะนะ กลายเป็นลูกกตัญญูตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

พอได้ทำอะทีมจูเนียร์ มีแต่คนชอบอ่านหนังสือ
เหมาะเจาะกับที่ a book เพิ่งคลอด เราได้อ่านผลงานจากพี่ๆ ที่เรารู้จักตัวเป็นๆ
นายเท้าซ้าย เด็กชายเท้าขวา กระต่ายตายแล้ว คู่มือเด็กดื้อ สปช.
พอๆ กับการอ่านหนังสือที่อยู่คาออฟฟิศอย่าง life of pi ไหม และอื่นๆ
จนมาได้ทำงานจริงๆ นั่นล่ะ ถึงไม่ค่อยได้อ่านอะไรอีก

ใช่ พอทำงาน เต้ก็ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ
นานๆ จะอ่านจบสักเล่ม
ส่วนใหญ่จะเป็นการอ่านแล้วคาไว้
ให้นึกว่าอ่านอะไรช่วง 4-5 ปีนี้ นึกได้น้อยมาก
ทำอย่างไรให้โง่ ปั้นแมงปอให้เป็นศิลปิน เทพเจ้าของสิ่งเล็กๆ ห้องเรียนที่เงียบที่สุดในโลก ข้างหลังโปสการ์ด งานของนิค ฮอร์นบี้ งานของอนุสรณ์ ติปยานนท์ งานของอารยา ราษฎร์จำเริญสุข ฯลฯ
นอกนั้นเป็นงานเก่าๆ ที่เพิ่งจะมาเห็นค่า
สิทธารถะ ความรักของวัลยา (ยกเครดิตผู้แนะนำให้คุณจักรพันธุ์)กามนิต วาสิฎฐี พล นิกร กิมหงวน เรื่องสั้นของฮิวเมอร์ริสต์ ฯลฯ
มากกว่านี้ อยู่ในความทรงจำชั้นนึกไม่ออก

ว่ามาจนถึงปัจจุบัน
เต้ไม่ีเหลือความสนใจใดๆ ในวรรณกรรมอีกเลย
ซื้อมาเก็บไว้ให้สบายใจตามประสาแฟนเก่าที่ไม่ควรล้ำเส้น
เพราะตอนนี้เต้มีแฟนใหม่แล้ว
หัวปักหัวปำอยู่กับหนังสือความรู้เชิงประวัติศาสตร์
รักนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม
เตรียมตัวอ่านจดหมายเหตุลาลูแบร์!
ตอนนี้ ถึงขั้นสั่งเสียแม่ไว้แล้วว่าถ้าหายตัวไปไม่ต้องสงสัย
มันคงย้อนอดีตกลับไปหาพ่อมันได้จริงๆ

4
พล่ามมาถึงนี่เพียงเพื่อจะหายเคลือบแคลงใจ
เพราะดูเหมือนว่าจะให้คำตอบเอี่ยวได้แล้วว่าเราอ่านหนังสือจากสันหนังสือบนชั้นได้ไหม
เต้ว่าได้
แต่อ่านเรื่องตัวเองผ่านหนังสือเหล่านั้น
สนุกกว่าเยอะ!
 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบประโยคนี้จัง

อ่านเรื่องตัวเองผ่านหนังสือเหล่านั้น
สนุกกว่าเยอะ!

จากคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือซักเท่าไหร่....

#19 By ษาน้อย (58.8.137.182) on 2009-05-04 01:53

ผม น้องเคนจู4 นะครับ
ไม่รู้ว่าจำกันได้หรือป่าว
ยังติดตามอ่านงานของพี่เต้อยู่เสมอ
ชื่นชมและชื่นชอบครับ
สำหรับประวัติย่นย่อของตัวหนังสือ(เว่อร์ไปมั้ย?)
ของพี่เต้ อ่านแล้วย้อนนึกถึงตัวเองครับ
แต่สลับกันนิดหน่อย
ผมอ่านเยอะขึ้น
เขียนน้อยลงมาก
เพราะกลัวว่าจะเขียนได้ไม่ดีเท่ากับงานที่อ่าน
แย่จังครับ

#18 By น้องเคนจู4 (124.120.172.253) on 2009-03-07 23:34

เอาอีก สนุกๆ
ยาวที่สุดเท่าที่พี่เต้เคยอัพรึเปล่าเนี่ย ยาวมาก!

ชั้นหนังสือน่ารักอย่างที่พี่บีบอกจริงด้วย
เห็นแล้วเขินเขินชั้นหนังสือที่ห้องตัวเอง

แต่อ่านแล้วก็สะท้อนตัวเองนิดหน่อย
เขินนิดนิด เพราะเวลาคุยกับทุกคนเรื่องหนังสือ
ทุกคนได้อ่านโน่นนี่มาเยอะแยะ
สัมพันธ์กับหนังสือโน่นนี่นั่นกันเพียบ

กระผมได้แต่เงียบเพราะความรู้น้อย
จำได้ว่ามาอ่านหนังสือจริงจัง
ก็พี่คุ่นกับพี่วินทร์เขาคุยกันผ่านอีเมลจนรวมมาได้ 3 เล่มแล้ว...

แต่ยังไม่สายเกินไป!
ลาออกจากงานไปอ่านหนังสือดีกว่า...
เฮ้อ

#16 By แบง (124.121.225.192) on 2009-02-16 02:49

จบข่ลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

#15 By รยนร้บ (119.42.95.215) on 2009-02-12 19:04

เพิ่งรู้ว่าเราบ้ากิ่งฉัตร ขอบใจสำหรับการย้ำเตือน ^^ sad smile

#14 By ao (124.122.198.86) on 2009-02-07 16:41

พงศาวดารชัดชัดหนิพี่เต้ ^^

เห็นด้วยกับนายเอี่ยว
สันหนังสือมันเหมือน trailer หนังน่ะแยมว่า
:)

#13 By :D on 2009-02-07 01:58

อ่านแล้วคิดถึงตอนตัวเองเด็กๆ

#12 By มอเอ. (58.8.236.173) on 2009-02-05 00:45

เพ็ญวดีแต่งงานเป็นแม่บ้านมีลูกมีเต้าไปแล้ว
ไม่รู้ว่าจะสอนลูกวาดรูปหรือเปล่า

อิจฉาลูกมัน
(อีนี่มันขี้อิจฉาไม่เลิกจริงๆ)

#11 By kitsch-me-five on 2009-02-04 14:57

แล้วทุกวันนี้ เพ็ญวดี ยังวาดรูปอยู่มั้ยพี่เต้

#10 By เอก (58.8.243.148) on 2009-02-04 14:01

ตอนแรกชอบชั้นหนังสือ..ชอบที่มันไม่มีฐาน..

ถัดมาเจอรายชื่อหนังสือยาวเหยียด..คิดไปเองว่าสัมผัสได้ถึงความสุขของคนเขียน.. แต่ที่แน่ๆ หลายๆเล่มที่เคยอ่านเหมือนกัน ทำให้เรายิ้มยิ้ม ไม่รู้ตัวเลย...ขอบคุณค่ะ big smile
หาว่าพี่แก่หรือคะ
55+

#8 By kitsch-me-five on 2009-02-03 22:07

ถ้าวันนั้นพี่เป็นหนอนหนังสือ...

วันนี้พี่เป็นผีเสื้อหนังสือแล้วครับ...

#7 By P O M (124.121.188.56) on 2009-02-03 16:36

อิจฉาพี่เต้ครับ
ชั้นหนังสือน่าอิจฉา
ขออนุญาตไม่บอกเหตุผล

big smile big smile big smile

#6 By h|b|b on 2009-02-02 23:12

555 ถ้าเล่มไหนยังไม่ได้อ่านเดี๋ยวจะไปหามาอ่านนะคะ
(ได้ข่าวว่าเยอะอยู่^^)

#5 By oldme on 2009-02-02 21:51

เพราะชีวิตจริงมันจริงแสนจริงยิ่งกว่าในหนังสือ
สุข ทุกข์ สนุก รันทด หดหู่ เบื่อ เศร้า เหงา เซ็ง
มันคืออาการของหนอนหนังสือ
ที่กำลังพลิกหาความรู้จากนอกกระดาษ

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย/ปุ๊ confused smile
อ้อ เค้าเอง ลืมลงชื่อ

#3 By (124.121.29.91) on 2009-02-01 17:20

สนุกดี
ราวกับย่อประวัติศาสตร์วงวรรณกรรมในรอบสองทศวรรษที่เด็กแนวผู้บอกว่าฉันไม่ใช่เด็กแนวคนหนึ่งควรมี ควรอ่าน ควรเจอ
น่าเสียดายที่ไม่มีหนังสือของคุณจักรพันธุ์เค้า
ฮ่าๆ

คุณ
ทำไงเราจึงจะงุบงิบหนังสือที่ยืมมาได้อ้ะ
รวมเรื่องสั้นของซาร์ต มันดีอ้ะ
ดีจนไม่อยากอ่านให้จบ
กลัวจบแล้วก็ต้องไปคืน

#2 By (124.121.29.91) on 2009-02-01 17:20

นี่คือประวัติย่อของพี่ใช่ไหม
ไม่ใช่ แต่ก็หนุกนะ
ที่บ้านเขาอ่านหนังสือตามกัน
ไม่กรี๊ดใครเป็นพิเศษ แต่ก็อ่าน อ่าน อ่าน
ชั้นหนังสือที่บ้านตอนนี้เบียดๆ กันอยู่ระหว่าง
ของหนูเอง ของพี่ ของน้องและของพ่อ
และกระจายตามชั้นบันได
จริงๆ ก้ไม่ค่อยได้ตามอ่านครบทุกเล่ม
ว่าจะนั่งไล่อ่านตั้งแต่ชั้น 3 ฝั่งโน้นจนชั้น 2 ฝั่งนี้ดูบ้าง
ดูท่าจะหนุกดีopen-mounthed smile

#1 By บัว (124.121.0.236) on 2009-02-01 17:13