แว๊นเชียงใหม่ ว๊ายลำปาง

posted on 06 Sep 2009 23:20 by kitsch-me-five in anywhere

เมื่อวันก่อน พี่หัวหน้าชวนลูกน้องอ้วนผอมไปทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมที่เชียงใหม่
โดยไม่ต้องคิด สองอ้วนผอมตอบตกลงทันที
พี่หัวหน้าคงคิดว่าสองคนนี้มันมีสำนึกที่ดีต่อสังคม
เปล่า, ไอ้ผอมอยากไปเดินตลาดนัดที่พลาดไป ส่วนพี่อ้วนอยากไปตามหาร้านซี่โครงหมูย่างน้ำผึ้ง
ซึ้งไหมล่ะ

ท้าวความไปเมื่ออาทิตย์ก่อน ลูกน้องผอมชื่อเต้ต้องระหกระเหินไปสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่
เป็นการสัมภาษณ์หญิงเดี่ยวมือหนึ่ง เพราะเป็นทริปไปคนเดียว เดี๋ยวก็กลับ (และไปหาช่างภาพเอาดาบหน้า)
ก่อนออกไปจองตั๋วรถทัวร์ ถามทุกคนเล่นๆ ว่าจะไปด้วยกันไหม
ความกริบปกคลุมห้อง...
เต้จึงมุ่งหน้าสู่หมอชิต 2 หารถทัวร์พาข้ามคืนวันศุกร์เพื่อไปซุกอกเชียงใหม่เช้าวันเสาร์
แต่แล้ว หมีก็หุนหันโทรมา บอกว่าจองเผื่อหนึ่งใบ
(ทำไมแกไม่ตัดสินใจตอนชั้นกลับมาจากเชียงใหม่เลยล่ะยะ!)
นี่จึงเป็นที่มาแห่งทริป 'แว๊นเชียงใหม่ ว๊ายลำปาง' ขนาด 3 วัน 2 คืนที่สนุกและเหนื่อยเป็นบ้า มาอวดกัน

วันที่หนึ่ง : แว๊นสู้ฝน
ถึงเชียงใหม่ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น เลยมีเวลาชิวแต่เช้า (ไม่เกี่ยวอะไรกับแฉแต่เช้าซักกะนิด) แวะไปเช็คอินที่ imm eco เก๋ไก๋ อาบน้ำอาบท่าสมใจ และเดินไปกาดสันป่าข่อยที่มีระยะทางไกลแค่หนึ่งหอบเล็ก
หมีโชว์ความเป็นเด็กมช. พาเดินตลาดท้องถิ่นและซื้ออาหารพื้นเมืองอย่างข้าวเงี้ยว แกงฮังเล ลาบคั่วและข้าวเหนียวมาเต็มมือ แล้วลืมนึกไปว่า เราไม่มีบ้านให้กลับไปแกะข้าวใส่จานกินนะ
เลยมึนๆ ไปนั่งกินขนมจีนน้ำเงี้ยวป้าในตลาด ระหว่างนั้น เห็นหมีดวงตาเหม่อลอยคล้ายรอคอยอะไรสักอย่าง
ดูเหมือนว่าจะเป็นของสำคัญในชีวิต
...
ลั้นลากลับบ้าน พี่ชาติร้านเช่ามอเตอร์ไซค์เอาฟีโน่ไฉไลมาส่ง
อันเนื่องมาจากที่ๆ ที่ต้องไปสัมภาษณ์มันไกลเกินกว่าจะปั่นจักรยาน และหมีเคยเป็นแว๊นเก่า เราเลยปลงใจเช่ามอเตอร์ไซค์กัน
พี่ชาติซัดค่ามัดจำไปสามพันบาท (จะแพงไปไหน!) เราก็เปิดไฟ ใส่หมวกกันน็อคแล้วออกไปแว๊นกัน
เติมน้ำมันเต็มถัง กะซิ่งป่วนเมือง

แว๊นจริงๆ ด้วย!


ฝนตกเปาะแปะตลอดบ่าย แต่ก็ทำงานเสร็จเรียบร้อยดี
------- เซ็นเซอร์ส่วนสัมภาษณ์ เก็บไว้อ่านใน a day 109 ------
จากนั้น เราก็เริ่มควักลิสต์ที่จะต้องทำและจะต้องไป (แบบเวรี่ส่วนตัว) มา ซึ่งทุกอย่างล้วนสลักสำคัญ
ไม่ว่าจะเป็นร้านเค้ก ร้านชา ร้านกาแฟ ร้านเสื้อ ร้านหนังสือ ร้านขนมปัง โรงแรม วัด สุสาน ร้านอาหารมังสวรัติ ฯลฯ
(โทษทีนะหลินปิง ฉันไม่ปลื้มแพนด้า)
ดังนั้น ชั่วเวลาเล็กๆ ที่เมฆครึ้มหยุดกลั่นตัว เรารีบบึ่งมาร้าน mood mellow ของที่มอ ไทวิจิตกัน
เป็นร้านเค้กกุ๊กกิ๊กกิ๊วก๊าวที่พี่เขาเปิดให้ภรรยาซึ่งทำเค้กอร่อยมากได้อวดฝีมือ
เต้และหมีน้ำลายไหล อยากกิน taro ที่เขาร่ำลือกันหนักหนาว่าอร่อยเลิศเกินใคร
สั่งมาแกล้มการวางแผนเที่ยว อื้ม อร่อย..
หมีบอกว่า ไหนๆ ก็มีน้ำมันเต็มถัง ขี่ไปวาวี แม่ริมกันเหอะ
แล้วฝนก็เริ่มตกจั้กๆ ละลายวาวีของหมีหายไปในวารี
ชาหมดกา ฝนซาแล้ว
เราจึงตัดสินใจขยับตัว แล้วแวะซื้อเสื้อกันฝนสู้กับฝนซักตั้ง
ณ จังหวะนี้ หมีเหลือบไปเห็นหมอกหนาเตอะเต็มดอยสุเทพ เราจึงแว๊นขึ้นดอยเสี่ยงรถหลุดโค้งลงผากัน
โชคดีที่ไม่ตายและได้เอาหน้าปะหมอกสมใจ
นับเป็นโมเมนต์น่าดีใจ เพราะขึ้นมาตอนหน้าหนาวยังไม่ขาวขนาดนี้
หมอกจ้ะ หมอก ไม่ใช่ขาของน้องๆ บนดอย


...
ลงดอยมา เต้ขอถลาไปวัดสวนดอก
เพราะมาเชียงใหม่กี่ที เต้ก็พลาดการกินข้าวร้านพันพรรณของพี่โจน จันได
แน่นอนอย่างที่สุด ครั้งนี้เต้ก็พลาด
ร้านปิดแล้ว แป่วเลย
แต่ก็ไม่เศร้าขนาดนั้น รบเร้าไกด์หมีพาไปดูสุสานมะเมี๊ยะที่อยู่หน้าวัด
หมีเล่าว่า ก่อนมะเมี๊ยะตาย มะเมี๊ยหอแค่ได้มีโกฐเล็กๆ อยู่ข้างๆ เจ้าชายของเธอ
กรี๊ดๆๆๆๆๆ
เดินไปตามหาในสุสานตระกูลเจ้า ณ เชียงใหม่
ไม่รู้หรอกว่าอันไหน เพราะไม่มีป้ายบอกไว้เลย ยกเว้นอันนี้ที่ดูมีภาษีสุด

 

 
ดราม่าเนอะ
ไม่ว่ามันจะเป็นตำนานไว้เล่าหวานๆ หนูก็ขอเชื่อจริงจังแล้วนะคะ คุณ mama mia
...

หิวอีกแล้ว
บอกหมีว่ากินอะไรก็ได้ ยกเว้นโจ๊กสมเพชร
หมีจึงพาเลี้ยวเลาะลัดเละ ไปโผล่หน้าบ้านป้าไก่ที่ซ้อนอยู่มิดชิดมากในหมู่บ้านใกล้กองบิน
หมีบอกว่า รักร้านนี้
ต้มโคล้งเริ่ด ไข่เจียวนุ่ม และหมูผัดกะปิอร่อยแบบแปลกลิ้น
รวบช้อนอิ่มปั๊บ หนูขอรักป้าไก่ด้วยคน!

หลังจากพบว่าประสิทธิภาพของฟีโน่ช่างประหยัดน้ำมันเสียจริงจนอยากทำแอดเวอร์ให้
เราจึงได้แต่โทษที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ เพราะมีอาการเสียดายเต็มถังกับน้ำมันเกือบเต็มถังที่เหลือเอาไว้
แต่สก็อยสาวอย่างเต้ก็หนาวจะขาดใจ ไม่อาจจะแว๊นต่อไปได้อีก จึงละล่ำละลักบอกหมีไปว่าก่อนตาย ขอข้ามสะพานเหล็กหน่อยแล้วกัน
จากนั้นเต้ก็กลับบ้านตายตาหลับตั้งแต่เวลาสี่ทุ่ม

วันที่ 2 : ตรู เดอ ด๊อง และการตามหาอีกครึ่งชีวิตที่หายไป
หมีปลุกแต่เช้าเพื่อไปเผาน้ำมันก่อนคืนรถ (งกยกแก๊ง)
บึ่งไปไกลเพื่อกินข้าวซอยเสมอใจ ที่ฟ้าฮ่าม สั่งเต็มโต๊ะแบบใครมาเห็นต้องถามว่านี่กินข้าวเช้าหรือทำบุญบ้านกันแน่
ก่อนข้าวซอยหมดถ้วย หุนหันตัดสินใจไปลำปาง
แวะไปดูรอบรถไฟ แล้วเอามอเตอร์ไซค์มาคืนพี่ชาติ
จากนั้นก็ลากจักรยานออกมา

ลั้นลาร่าเริงโดยไม่สนว่าพฤติกรรมการขี่จักรยานของเต้ จะเพิ่มอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากแค่ไหน
วันนี้เรามีเป้าหมายใจการทัวร์คูเมือง จิบชาเก๋ และวาดภาพสีน้ำ
อะไรมันจะชิวขนาดนี้
หมีโทรไปหาอาจารย์ ถามหาวัดที่ควรค่าแก่การศึกษาสถาปัตยกรรม
ระหว่างทางไปนั้น เต้ลากหมีไปดูโม
MO rooms เสร็จแล้ว เก๋กิ๋วมากมาย
ชอบรายละเอียดการตกแต่งที่เน้นวัสดุแบบพี่ม๊อ พี่มอ
รักพี่เขาจังจ้ะ

เอาล่ะ ทัวร์วัดกันดีกว่า
หมีบอกว่าอาจารย์ให้ไปวัดเจดีย์หลวง วันพันเตา และวัดพระสิงห์
จากนั้น ไกด์หมีก็เริ่มติววิชาสถาปัตยกรรมไทยล้านนาให้้ และเราก็เริ่มผสมโรงด้วยข้อสันนิษฐานมั่วๆ ตามสไตล์
เดินจ้องลายไม้แกะ เศียรพระ จั่วหลังคา หน้าบัน กันอย่างบ้าคลั่ง
เออ..ว่าแต่ใครรู้บ้างว่าพระธาตุกับเจดีย์ต่างกันยังไงเหรอ


หมีกรี๊ดพระ ไอ้เต้กรี๊ดตุง
อยากทำตุงเป็นบ้าง

การทำบุญบ้านเมื่อเช้าไม่ช่วยอะไร เที่ยงปุ๊บ ก็หิวปั๊บ
แวะไปแถวอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ กินข้าวมันไก่ตามระเบียบ ซื้อขนมหวานร้านข้างๆ ตามระเบียบ และอร่อยกันไปตามระเบียบ
แล้วก็ถึงเวลาไปหาซื้อกระดาษวาดรูป เพราะหมีเอาสีมา เอาพู่กันมา แต่ไม่ได้เอากระดาษมา
ขี่รถรอบคูหากระดาษและทุกร้านปิด เต้แอบตามหาหมาใจดำให้เพื่อนและทุกร้านปิด
ยังไงเนี่ย หนูเมื่อยนะคะ
แน่จริงปิดทุกร้านเลยดิ
อาจเพราะไปท้าเขาไว้ กว่าจะได้เจอร้านกระดาษ เต้ก็ตัวเป็นเมือกด้วยเหงื่อ ขาเริ่มปวดตุบ และเริ่มเกิดอาการเจ็บตูดแล้ว
แวะไปร้านชาลูกไม้งามที่ทาแพ จำได้ว่าเคยมาครั้งนึงแล้วตัวตึกมันซ้วย สวย เลยชวนให้หมีมาวาดรูปที่นี่
ขออ้างว่าจากอาการเหนื่อยล้า เต้เลยวาดเละไม่เป็นท่า
ส่วนหมีมีชีวิตรอดกลับมาได้ตั้ง 2 รูปแน่ะ (สงสัยหมีจะไม่เหนื่อยเลยเนอะ)
..
แดดแรงจนอดเอ๋ไม่ได้ว่าเมื่อวานฝนตกฟ้ารั่วไม่ใช่เรอะ
ช่วยครึ้มหน่อยเหอะ หนูจะเป็นลมแล้วค่ะ
แต่แดดแรงขนาดนั้น คุณหมียังคงปั่นจักรยานโชว์ชิว ข้ามสะพานไปยังที่หมายใหม่ในวัดเกตุ
คราวที่แล้วหมีมา แล้วเจอตึกชวนกรี๊ด เลยพาเต้มากรี๊ดบ้าง
เสียงหมดไปสามหลอด หมีก็ติดเครื่องวาดรูปอีกครั้ง
เต้เลยหนีไปเดินพิพิธภัณฑ์ในวัดตามสไตล์ เจอคุณลุงที่มาเล่าเรื่องราวระหว่างของมากมาย
ใบลานภาษาล้านนา ความเก่าแก่ของอาณาจักร ความสัมพันธ์กับพม่า มอญ ไทย ไปยันธงชาติสุดเก๋าที่โชว์อยู่
เลิศไปเลย
ก่อนลาถามว่าลุงชื่ออะไร
ลุงไม่บอก เพราะว่าลุงไม่ใช่คนสำคัญ เธอจงให้ความสำคัญกับผู่ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์มากกว่า
แต่ขอโทษค่ะ ลุงขา หนูจำชื่อคนก่อตั้งที่ลุงว่าไม่ได้อยู่ดี 

แล้วก็ถึงเวลาไปเวียงจูมออน
ร้านสีชมพูแปร๋นที่จ้องไว้หลายทีแต่ยังไม่มีโอกาสได้มา ที่นี่ขายชาหลากหลาย และมีของกระจุ๊กกระจิ๊กเกี่ยวกับชามากมายจนเต้เดินเพลินจนลืมว่ามีหมีมาด้วย
โชคดีที่เพื่อนหมีแวะมาหา แถมเลี้ยงชาอีก
ขอบคุณค่ะ

และแล้ว หมีก็สารภาพว่าอาการดวงตาเหม่อลอยตอนนั่งอยู่ที่กาดสันป่าข่อยคือความกังวลใจในบางอย่าง
สิ่งที่หมีตามหาคือซี่โครงหมูย่างน้ำผึ้ง
หมีไม่รู้พิกัด รู้เพียงว่ามันอยู่สันป่าข่อย ซึ่งวันแรกที่เรามาถึง ก็ไม่มีร้านให้ได้เห็นแม้พอชื่นใจ
จากนั้น หมีก็ร้องไห้กระซิกๆ สิ้นไร้หนทาง เต้ได้แต่ลูบหลังให้กำลังใจ บอกว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน
ปั่นขาโก่งไปตามหา มีร้านหมูย่างตั้งตระหง่านสองร้าน
เลยซื้อมันทั้งสองร้านเลย
ขนหมูจำนวนเยอะมาก กับข้าวเหนียวเยอะมากมา
กะว่าจะไปปิกนิกที่สะพานเหล็ก (มันเป็นอะไรกับสะพานเหล็กกันวะ สองคนนี้)
ได้ที่นั่งสุดชิวเป็นฝาท่อน้ำอันยักษ์ให้แทะซี่โครงกันได้สบายบรื๋อ
ถึงกระนั้น หมีก็ยังไม่สมหวังง่ายๆ ซี่โครงสองเจ้าหาใช่สิ่งที่หมีตามหาไม่
โอ...
ซัดซี่โครงสองถุงใหญ่หมดก็แล้ว หมียังคงมีดวงตาเหม่อลอย และไม่ยอมให้อภัยตัวเอง
หมีหุนหันปั่นจักรยานออกไปตามหาต่ออย่างไม่ย่นย่อ
แต่ขาของเต้เริ่มอ่อนแรงจนสะดุดขอนไม้ล้มลง เต้จึงบอกหมีว่า "ท่านไปก่อนเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงข้า"
ท่านเตียวหมีจึงสังเกตเห็นว่า จักรยานไอ้เต้มันไม่มีเกียร์นี่หว่า มันขี่มาได้ยังไงทั้งวัน
ใช่ หมี...

วันที่ 3 : ลำปางอะแก๊
รีบตื่นเช้าแล้วแข็งใจปั่นจักรยานไปกาดหลวงเหมาไส้อั่วทั้งตลาดมาเซ่นสังเวยเทพอะทีมที่สั่งเสียไว้
กลับมาอาบน้ำอาบท่าแพคกระเป๋าเตรียมขึ้นรถไฟ (หมีมันแอบปั่นไปหาร้านซี่โครงอีกหนด้วยล่ะ แต่ก็ยังไม่เจอ)
จากนั้นเพื่อนหมีผู้ยังใจดีไม่สิ้นสุด หอบแคบหมูสองกระสอบใหญ่มาให้ แถมอาสาไปส่งที่สถานีรถไฟด้วย
กราบขอบคุณแบบเบญจางคประดิษฐ์

พอถ่ายรูปแบบนักท่องเที่ยวเสร็จ รถไฟก็ฉึกกะฉัก ปู๊น ปู๊น ร่ำลาชานชลา
เต้หลั่งน้ำตาเมื่อพบว่ากำลังจะได้ลอดถ้ำขุนตานและจะได้ไปจังหวัดที่ใฝ่ฝันมาเนิ่นนาน
ตื่นเต้นจนหลับไป
โชคดีที่ตื่นมาทัน...

นั่งรถออกจากสถานีรถไฟลำปางปุ๊บ เต้ก็กรี๊ดปั๊บ
เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยตึกเก่าทุกหย่อมหญ้าให้ละลานตา ละลานใจ
จองรถทัวร์ขากลับให้อุ่นใจเสร็จ ฝากของเสร็จ ได้โบรชัวร์เที่ยวเมืองเสร็จ เราก็เริ่มเดิน
ตึกเก่าที่นี่สวยระดับเทพและยังเก่าตามสภาพ ไม่ได้ถูกรีโนเวทซะเอี่ยมอ่องแบบหลวงพระบาง
แถมยังเป็นชุมชนบ้านๆ แท้จริง
(เห็นว่ามีถนนคนเดินแล้ว เริ่มมีการทำบ้านเป็นโรงแรมเก๋ๆ อยู่บ้าง แต่ยังอยู่ในขั้นรับไหว)
เดินเสพตึกเก่าในเมืองเงียบๆ แห่งนี้อย่างบันเทิงใจ เข้าซอยโน้น ออกซอยนี้ แวะร้านนั้น เข้าตลาดโน้น
เข้าใจว่าเป็นนักท่องเที่ยวแค่สองคนในเมือง
เลยบ้าคลั่ง ไปซะทุกที่ที่โบรชัวร์บอก
สะพานรัษฎาภิเษก สะพานแขวน วัดพม่า บ้านพี่ตุ้ยในกอด โรงหนังเก่า ฯลฯ
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เดินเอาในแดดเปรี้ยง
ช่วงหลังๆ หมีกับเต้จึงเริ่มสื่อสารกันไม่เป็นภาษา เช่น
เต้ : แก ฉันว่าเงือมทางนี้มันน่าจะเคริฟคร้าฟได้นะ (แก ฉันว่าเดินไปทางนี้มันน่าจะลัดออกไปอีกทางได้นะ)
หมี : ดึมดัมสกัมมีนะ (ออกไปเดินกันต่อมะ)

 เห็นที่ดินเนอร์ของน้องแล้ว ท้องร้องทันที

ตกเย็น เราหมายมั่นปั้นมือจะไปกินข้าวที่ตลาดอัศวินกัน เพราะในโบร์ชัวร์ชวนให้เราเข้าใจว่าตลาดจะอลังการดาวล้านดวง
กะว่าจะถ่ายรายการตลาดสดสนามเป้ากันเลย
เป็นเจ๊หนูหมีกับน้องรถไถ
แต่ทำมาทำไป มีร้านข้าวอยู่ 2-3 ร้านและไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่
นอกนั้นออกจะเป็นตลาดนัดซะมากกว่า
โชคดีที่มีเมนูน้ำพริกหนุ่มไข่ต้มในตลาดสดแกล้มไส้อั่วรสชาติเฉพาะทางกว่าเชียงใหม่
ซัดข้าวเหนียวห่อใบตองไปพุงกาง
กลับบ้านได้ สบายใจแฮ

จบทริปที่ถือว่าสนุกสนานมากแม้ว่าจะมากันในจำนวนคนแบบกริบๆ
เพราะไม่ต้องเกรงใจกันว่าฉันอยากไปนี่ แกอยากไปนั่น
โชคดีที่ดันชอบเหมือนกันอยู่แล้ว
(หมีถามว่า ถามกูบ้างไหม)
เอาน่ะ ยังไงก็ไปมาแล้วล่ะนะ
ทริปหน้า เชียงคานนะแก

ป.ล. อยากเห็นรูปเยอะ แยะ และสวยกว่านี้ ไปดูที่มัลติพลายหมีนะ

http://undergooskin.multiply.com/

 

Comment

Comment:

Tweet

ท่าขี่มอเตอร์ไซต์เท่ห์จริงๆท่าน

#16 By onlampang on 2010-11-08 09:07

อยากกินไส้อั่วมั่งจัง
เง้ออออออ

อ้อ อีกอย่าง
พระธาตุกะเจดีย์มันต่างกันตรงที่
ใต้พระธาตุหรือเหนือพระธาตุ
มันมีกระดูกน่ะค่ะ
ส่วนเจดีย์มันไม่มีbig smile

#15 By Technollergic on 2009-11-01 15:38

ข้อ 1. ในรูปนั่น สาบานไหมว่ามอเตอร์ไซค์ผู้ใหญ่ขับ ... คันเล็กเยี่ยงมินิ๊มินิ
ข้อ 2. อยากไปบ้าง T T อยากเจอหมอก
ข้อ 3. พวกเรามาคิดภาษาของตัวเองอย่างเป็นทางการกันเถิด
ข้อ 4. ละไปเที่ยวกันสักที!

#14 By แบง. (124.120.180.188) on 2009-10-15 22:34

เด็กลำปางค่ะ
ดีใจที่ชอบลำปางนะคะ big smile

#13 By HOMO(sap)IENS on 2009-09-30 01:25

ไม่เห็นรูปพี่เต้สก๊อยเลย

#12 By (119.31.104.22) on 2009-09-19 10:43

โหย น่าประทับใจจริงๆๆๆ คิดแล้วอยากแว๊นบ้างเลย
เคยไปแต่ไปนั่งหน้าตีลมหัวมันแพล่บในรถแดง

ปล.หนูชอบทำบุญบ้านกับเบญจางคประดิษฐ์มากพี่
ขอยืมไปใช้เมื่อมีโอกาส ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#11 By มาย (124.120.82.163) on 2009-09-17 05:02

ทริปอ้วนผอมดูสนุกสนานเฮฮาปาจิงโกะสุดๆ เลย
ขำเต้กรี๊ดตุงอ่ะ ดูตุงๆ ไงไม่รู้
embarrassed

#10 By บอบี (125.24.118.155) on 2009-09-09 23:59

นึกว่าบล็อกแนะนำที่ฮิปในเชียงใหม่

#9 By Butter Word on 2009-09-09 10:20

ลำปางหนาวมั้ยครับ???



อยากไปเดินเล่นเมืองเหนือซะแล้วสิ
big smile

#8 By ecOnuizer on 2009-09-08 15:27

แล้วฉันจะพาไป...

#7 By iPockz on 2009-09-08 11:00

ประกาศ ประกาศ
ททท. ครั้งที่ 3 การท่องเที่ยวควรกระทำซ้ำหลายๆ ที พ่วงเทศกาลมุขเชียงคาน
ยิ่งใหญ่แน่
23-25 ตุลานี้
ประกาศ ประกาศ

#6 By เต้เอย (203.146.136.113) on 2009-09-07 18:19

น่าไปๆ ครับbig smile

#5 By noomnoi on 2009-09-07 13:45

เชียงคานนี่ใช่ที่จะไปแจกรางวัลรึเปล่า??

ถ้าใช่ก็ไปด้วย!

#4 By iPockz on 2009-09-07 12:46

ล่าสุดได้พิกัดร้านซี่โครงแล้ว
แต่ ไม่ใช่อบน้ำผึ้งอ่ะ จำผิด
แต่ช่างมันอร่อย

#3 By หมี (124.121.107.180) on 2009-09-07 10:05

ฮาพี่หมีแว้น confused smile

#2 By h|b|b on 2009-09-07 00:11

ว้าววววววววววววววว

#1 By mini-teddy on 2009-09-06 23:52