ช่วงนี้เต้เป็นห้องซ้อมตีปิงปอง
มีเรื่องมากระทบเยอะแยะและยุ่บยั่บ ทั้งเรื่องเชิงกายภาพปากท้อง ไปยันเรื่องแฟ่บพองระดับจิตใจ
ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ เต้จะสั่งปิดสวิตซ์จิตใจ ไม่รู้สึกรู้สมใดๆ ฉับพลัน
แล้วก็มีชีวิตแบบวันๆ ผ่านพ้นมาได้ตามสมควร

จนกระทั่ง...
เต้พลิกหนังสือเล่มใหม่ล่าของพี่ม.ย.ร.มะลิ ขึ้นมาอ่าน
อยู่ใต้ฟ้า อย่ากลัวฝน
เต้ชอบวิธีเล่าเรื่องแบบสาวช่างมอง ผสมการ์ตูนบ๊องๆ แบบผู้หญิงติดซีรีส์
ไม่รู้เดาถูกหรือเปล่า แต่รู้สึกเหมือนพี่เขาพยายามให้กำลังใจอยู่ในที ว่าผู้หญิงเหงาในโลกนี้ไม่ได้มีเธอคนเดียว
พี่ยุรีพาเราไปดูกิจกรรมที่พี่เขาใช้หลีกเลี่ยงความเหงา บรรเทาความหงอย หรือต่อสู้กับความจิตตกนานาในชีวิตพี่เขา
โน...อย่าได้นึกไปว่าเต้จะ enlighten
สิ่งที่รู้สึกในขณะที่เปิดอ่านไปไม่ได้เท่าไหร่ คืออาการยอมรับภาวะปัจจุบันของตัวเองไม่ได้อย่างรุนแรง
ต่อให้ไม่เคยกุ๊กกิ๊กขนาดขับรถไปหาเต่าทองมาเลี้ยง หรือนับเศษสตางค์ไปแถมให้ร้านอาหารตามสั่ง
เต้ก็ยังพอจำได้ว่า เมื่อก่อนนี้ ฉันมีความสุขกับโลกใบนี้ขนาดไหน
ฉันมองโลกอย่างเบิกบานอย่างไร ฉันยิ้มให้กับตัวเองวันละกี่ที
ยิ่งกลับไปอ่านบล็อกเต้เอยในอดีตยิ่งตอกย้ำ
ฉันคนนั้น หายไปไหน
เหลือแต่เต้ผู้ปากร้าย เอาแต่ใจ และไร้สุข
น้ำตาจะไหล
(ความจริง ไอ้เรื่องปากร้าย เอาแต่ใจเนี่ย เมื่อก่อนก็เป็น แต่พอมีความสุข อาการปากร้ายและเอาแต่ใจมันเลยเป็นแค่น้ำจิ้มในชีวิต)
นั่งวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นทันใด
สิ่งที่พบคือ เมื่อก่อน เต้ไม่สน input และ output ในชีวิต
นอกจากซื้อบ้านได้แล้ว เต้ไม่มีเป้าหมายอื่นใด
ร่าเริงไปวันๆ
แต่เดี๋ยวนี้ เต้สนใจ output เหลือเกิน
เต้ต้องเย็บสมุด เต้ต้องทำร้านให้น่ารัก เต้ต้องให้สำนักพิมพ์อยู่รอดปลอดภัย เต้ต้องทำ craft fair ให้ได้จริงจัง
แม้แต่เรื่องที่เคยรักอย่างเดินเที่ยวตึกเก่า เต้ยังสน input ว่า การค้นคว้าเพื่อเจอตึกนี้ ตึกนั้น เป็นสิ่งจำเป็น
รู้สึกตัวเองเหมือนเป็นสไปรท์ที่ใส่เกลือเยอะเกินไป
ขวดเดิม ปริมาณเดิม แต่เพิ่มโซเดียม
สโลแกนลอยมา - ฉันชอบสไปรท์ในตัวเธอ
สไปรท์ขวดที่เธอชอบ เค็มปี๋อย่างนี้ไหม?


วันนี้ ที่ออฟฟิศจัดฉายหนังแบบเพี้ยนๆ ด้วยการเปิดดีวีดีดู 500 days of summer ร่วมกัน
เป็นหนังเรื่องแรกในรอบหลายปีที่เต้อยากดูมาก
(ปกติมีแต่หนังอยากดูนิดๆ ดูก็ได้ กับไม่อยากดู)
เมื่อมันไม่เข้าโรง ก็เลยจัดฉายกลางออฟฟิศด้วยการมีโฆษณาปิดมือถือ ปิดไฟในห้อง และเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีกันอย่างจริงจัง
เต้นั่งดูไป ยิ้มไป
หนังดี เล่าเรื่องสนุก ตัวละครน่ารัก เพลงเพราะ และบอกเล่าประเด็นที่เวรี่จริง
ชอบมาก
ถ้าเต้สวยกว่านี้ จะพูดได้เต็มปากว่าฉันนี่มันซัมเมอร์ชัดๆ!
แทบอยากจะซื้อดีวีดีส่งให้แฟนเก่าทุกคน (แม้ว่าจะเป็นการด่าตัวเองหน่อยๆ ก็ตาม)
แต่นอกเหนือจากความบันเทิงเชิงสุขใจที่ได้เสพหนังดีๆ
เต้ถูกกระทบจนกระทั่งพบว่า
ในหนังมีภาคสุขสันต์กับภาคโศกเศร้า คละเคล้าแบบครึ่งๆ
ถ้าตัดให้ดูเฉพาะตอนสุข ฉันว่ามันก็เบาหวิว
ถ้าเฉือนมาเฉพาะตอนตรอมตรม ฉันก็คงทนไม่ไหว
ใน 500 วัน มันช่างกลมกล่อมกับความเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ไปกระทบกับมนุษย์อีกคนหนึ่งและอีกคนหนึ่งเหลือเกิน
เมื่อคิดได้ดังนี้
เต้เกิดอาการฮาโตริ (ใครก็ได้ช่วยแก้หน่อย)
ชีวิตขื่นๆ  ชื่นๆ ของฉันมันปนเปกันแบบแยกไม่ออก
กลมกล่อมในความเป็น ข.ไข่ และ ช. ช้างตามที่มันควรจะเป็น
เต้ไม่สามารถยิ้มชื่นได้ตลอดเวลา
และก็คงไม่ขมขื่นจนชีวิตหาไม่
หายใจต่อไปเถอะ!

 

 

Comment

Comment:

Tweet

นั่นมัน โอนามิ!

ยังไม่ได้ดูและอยากดูเช่นกัน,รอคอย craft fair เช่นเดียวกับพี่บัว และหมิงจะรักพี่เค้าต่อไปค่ะพี่เต้แม้ว่าจะมีอุปสรรคมากมายก็ตาม หล่อละเอียดอย่างนี้มีไม่บ่อย 555

#10 By Rming (124.157.159.16) on 2010-03-22 20:26

นั่นมัน ทาเคชิ!!!

#9 By iPockz on 2010-03-16 09:31

ฉันชอบสไปรท์ในตัวเธอ...
สไปรท์ขวดที่เธอชอบ....เค็มเท่าไหร่ถึงจะดี ???

#8 By (202.91.23.5) on 2010-03-15 04:30

นั่นมัน
ฮานามิ!

#7 By ิิborebee (125.24.159.91) on 2010-03-13 00:35

ซาโตริ!

(ดีเนอะ ได้เห็นตัวเองในอดีตด้วย)confused smile

#6 By jiranarong (124.122.207.228) on 2010-03-12 20:00

อ่านแล้วจี๊ดดดด
ทั้งหนังสือและหนัง
อยากดู อยากอ่าน
รอกลับไทยก่อนลูกเดียว

#5 By foneko (220.146.225.24) on 2010-03-12 08:49

ยอมรับว่ามันเป็นไปของมันอย่างนั้นพอ..confused smile


ป.ล.เมื่อคิดได้แล้วตื่นรู้อย่างฉับพลัน..confused smile
อันนั้นน่าจะเป็น "ซาโตริ" นะคุณ..ฮ่ะ ๆ confused smile

Hot!

#4 By happiness in my bag.. on 2010-03-11 14:49

รอสตูฯ และ Craft Fair open-mounthed smile

#3 By บัว (124.121.10.141) on 2010-03-11 14:30

สู้ๆค่ะ big smile เราเองบางครั้งก็ ข ขมขื่น แต่ต้องมีความหวังว่าสักวันก็ต้องมี ช ชื่นมื่น พยัญชนะก็มีแค่ 44 ตัว ยังงัยมันก็ต้องวนๆอยู่แบบนี้ ถ้าเราเจอแต่ ช มันก็ไม่ครบ เหมือนเราเรียนหนังสือไม่จบ อ่านเขียนก็คงไม่ได้ คิดซะว่า ข เป็นประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มให้ชีวิตเราสมบูรณ์ขึ้นนะคะbig smile
กรี๊สสสสส อ่านแล้วชอบเลยอะพี่เต้

ป.ล.
ผมดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าตัวเองเหมือนทอมมากๆ (เออ ทอมพระเอกนะพี่ ไม่ได้หมายถึงเพศสภาพ)

:D

#1 By patz'h on 2010-03-11 00:45