หนังสือที่ซ่อมไม่ได้

posted on 24 Mar 2010 00:57 by kitsch-me-five

 

เต้ไปงานศพคุณตาเซ่งฮงมา
คุณตาเซ่งฮงเป็นชื่อที่เราเรียกกันติดปาก อันหมายความถึงคุณตามานิตย์ อัศวทรงศิริ เจ้าของร้านซ่อมหนังสือเซ่งฮง ย่านสะพานเหล็ก
เต้เคยทำ memoryville ตอน โรงพยาบาลบำรุงเล่ม พูดถึงประวัติอันเก่าแก่ของร้านนี้ และสิ่งที่ร้านนี้ทำ
คุณตาเป็นนักดูแลหนังสือคนแรกๆ เป็นคนพัฒนาเทคโนโลยีการเย็บเล่มแบบไม่ง้อเครื่องฝรั่ง และเป็นนักสะสมหนังสือตัวยงที่คนในวงการจับตา
แต่ก่อนหน้าที่จะทำคอลัมน์นั้น พวกเราเดินดุ่มเข้าไปทำความรู้จักกับคุณตาโดยบังเอิญ เพราะเต้กำลังบ้าคลั่งการเย็บสมุด หมีกำลังบ้าคลั่งกับการค้นตู้หนังสือคุณยาย ปูกำลังบ้าคลั่งกับพจนานุกรมที่หลุดรุ่ยยากเยียวยา เมื่อค้นเจอว่ามีร้านซ่อมหนังสืออยู่บนโลกใบนี้ เราก็สุ่มดุ่มไป
และแล้ว เด็กกะโหลกกะลา 5 คน ก็ได้พบโลกใหม่
เราได้เห็นกระบวนการเย็บหนังสืออย่างประณีต การทำปกหนัง การพิมพ์ทองตัวตะกั่ว การใช้ลวดลายสุดคลาสสิกที่สันปก ให้เราได้ลูบๆ คลำๆ แบบทนุถนอม และกรี๊ดอยู่ในใจ
หนังสือในความหมายของเต้ในวันนั้นมันช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน
เราได้รู้จักตราสำคัญที่ประทับอยู่บนปก ที่สะท้อนความหายากในวงการสะสมหนังสือ
เราได้รู้ว่ากรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงริเริ่มให้มีการจัดพิมพ์หนังสืองานศพเพื่อกระจายความรู้สู่สังคมแบบละมุนละม่อม
เราได้รู้ว่าเวิ้งนาครเขษมเมื่อก่อนหน้าตาเป็นยังไง
เราได้รู้ที่มาที่ไปของชื่อคลองโอ่งอ่างที่สะพานเหล็กข้ามผ่าน
ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้ คุณตาวัยใกล้ 90 เล่าให้เราฟังแบบที่ความทรงจำไม่มีตกหล่น
หลังการพูดคุยยาวนาน คุณตาพาเราออกทางประตูหลังบ้าน และเดินออกมาส่งทางที่จะลัดไปตรอกสะพานเหล็ก
จังหวะนั้น รู้สึกทันทีว่าคุณตาเป็นญาติผู้ใหญ่ของฉันไปเสียแล้ว
...
หลังจากนั้น เต้พยายามหาเรื่องไปร้านเซ่งฮงบ่อยๆ
หมีฝากเย็บหนังสือ ปูฝากรับของ เต้หาทางไปด้อมๆ มองๆ บางวันก็เคาะประตูเข้าไปแบบไม่มีธุระปะปัง
เต้ตั้งใจว่า จะเขียนหนังสือเล่มโตๆ แล้วให้ร้านเซ่งฮงเย็บให้ เพราะเต้จะได้มีหนังสือที่เข้าสันคลาสสิกสุดสวยงาม และมีโค้งเว้าของกระดาษแบบสุดเท่
เคยบอกคุณตา แกหัวเราะไม่พูดอะไร
คงคิดว่า "ฝันไปเถอะ ไอ้หนู"
...
บ่ายวันอาทิตย์ เต้ได้รับโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่คุ้น
พี่ลูกสาวคุณตาโทรมา บอกว่าคุณตาเสียแล้ว
เต้ตกใจ ตกใจ และตกใจ
แม้อายุจะมาก แต่คุณตาก็แข็งแรงเสมอเวลาเราได้เจอกัน
นึกขอบคุณพี่ลูกสาวที่ยังมีแก่ใจบอกข่าวกับเรา และสัญญาว่าจะไปงานให้ได้
แล้วอยู่ดีๆ ก็นึกถึงหนังสือสุดหวงเล่มที่คุณตาทนุถนอมไว้ แต่ซ่อมไม่ได้เพราะกระดาษหมดสภาพการใช้งาน
ใจหาย เป็นคำเดียวที่อธิบายโมเมนต์นั้น
...
ตลอดการฟังสวด เต้ิคิดวนไปวนมาถึงหนังสืองานศพ
เต้ไม่สนิทสนมขนาดจะกล้าถาม แต่ความจริงแล้วอยากเสนอตัวมากหากครอบครัวคุณตาอยากจะทำ
เต้ยินดีทำคอนเทนต์ให้แบบถวายตัว
แต่การจากไปอย่างกระทันหัน คงไม่มีใครทันคิดเรื่องนี้
เสียดาย เป็นคำเดียวที่อธิบายโมเมนต์นั้น
...
คุณตาขา
ถึงคุณตาจะเย็บหนังสือหนาเตอะให้หนูไม่ไหวแล้ว
แต่หนูก็จะเขียนหนังสือหนาเตอะเล่มนั้นให้เสร็จให้ได้นะคะ
สัญญา

ป.ล. ไปขโมยรูปมาจากมัลติพลายหมี บันทึกเส้นทางการเดินทางไปซ่อมหนังสือในวันแรกโน้น

 

Comment

Comment:

Tweet

น่าเสียดายมาก ๆ เลยค่ะ

รู้สึกเสียใจด้วยค่ะ ที่เราได้ขาดคุณตา ช่างซ่อมหนังสือที่เก่งที่สุดในโลกไปแล้ว

เห็นด้วยกับ เจ้าหญิงน้ำแข็งนะค่ะ ว่า ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่เจ้าของอยากจะนำไปซ่อม เพราะ หนังสือเหล่านั้นก็มีความสำคัญกับเจ้าของหนังสือก็ได้ และอยากให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ฝึกฝน ให้เป็นคนซ่อมหนังสือให้เก่ง เราจะได้ไม่ต้องมัวแต่ไปซื้อหนังสือใหม่ มาใช้ตลอดเวลา

เสียดาย และ เสียใจด้วยนะค่ะ


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#10 By witch on 2010-11-19 21:03

น่าเสียดายจริงๆๆ ที่ไม่ได้ร่วมงานศพ ขอไว้อาลัยให้ป๊านะค่ะ จากมุมๆนึง ที่รู้สึกผิดเกี่ยวกับเรื่องของป๊า เพราะคนๆนึงทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับป๊ามาตลอด 10 ปี

#9 By .... (61.90.85.189) on 2010-09-17 20:27

เศร้าเลย แต่เป็นเรื่องที่ดีมากbig smile

#8 By ming_LoVeLy (58.11.90.81) on 2010-06-29 16:37

เศร้าแต่ สวยงาม

#7 By furnworld on 2010-04-08 10:12

คุณค่าของหนังสือ คุณค่าของคนซ่อมหนังสือ คือคุณค่าที่คนรักหนังสือประเมินค่าไม่ได้

คุณตาคุณยอดเยี่ยมมาก

ขอไว้อาลัยครับ

#6 By buggo on 2010-03-28 22:31

เสียดาย

#5 By บัว (124.121.13.133) on 2010-03-25 21:54

ขอร่วมรำลึกถึงคุณตาผู้รักและถนอมหนังสือค่ะ

#4 By foneko (222.229.239.42) on 2010-03-25 12:28

โอ้ว ว ว ว

#3 By mini-teddy on 2010-03-24 14:15

น่าเสียดายจริงๆค่ะ...

อยากให้ความรู้เรื่องการซ่อมหนังสือถ่ายทอดมาให้คนรุ่นหลังเยอะๆ...

มีหนังสือหลายเล่ม...
ยังเป็นที่รักของเจ้าของ...

big smile
เศร้า และเสียดายคุณตาเหมือนกันนะ

#1 By jiranarong (124.122.25.24) on 2010-03-24 03:00