kitschen

ข้าวผัดปลอบใจ

posted on 16 Jan 2011 18:03 by kitsch-me-five in kitschen

1
เมื่อต้นปี คุณตาของคุณจักรพันธุ์เสีย
แม้จะไม่มีการฟูมฟายใด แต่ก็รู้สึกได้ว่าคุณเขาก็เศร้าอยู่
จิราภรณ์ไม่ถนัดการปลอบประโลมด้วยคำพูด
เลยตั้งใจว่าจะทำข้าวผัดกากหมูให้กิน
2
ข้าวผัดกากหมูเป็นอาหารในความทรงจำของจักรพันธุ์
เพราะคุณตา คำ ไม้เขียว เป็นพลาธิการทหารเรือผู้รับหน้าที่เป็นจุมโพ่หรือพ่อครัวบนเรือ
แล้วอาหารบ้านๆ ที่ตาชอบทำแล้วอร่อยล้ำของคุณจักรพันธุ์คือข้าวผัดกากหมู
เต้ไม่เคยกินข้าวผัดกากหมู
แทบไม่เคยกินอาหารที่ทำจากน้ำมันหมู
และเพิ่งรู้ไม่นานว่ามันหมูก้อนเมื่อมในตลาด หั่นเล็กๆ แล้วมาเจียวเอาน้ำมันได้
แต่หลังจากถามไถ่หน้าตาอาหารจากจักรพันธุ์
และคำแนะนำด้านน้ำมันหมูจากพี่ไช้แห่งร้านข้าวหมูแดงสนามหลวงเรียบร้อย
เต้ก็มุ่งมั่นไปซื้อมันหมู
มาหั่น หั่น หั่น แล้วเจียวจนน้ำมันค่อยๆ ผุดออกมา
แต่...มันหมูไหม้เกรียม
ตักทิ้ง หันใหม่ให้เล็กลง
แต่...เล็กเกินไป
กากหมูเหมือนเศษกากหมูมากกว่า
แต่...ช่างมัน ตักพักไว้
เต้ใช้น้ำมันหมูผัดข้าวและเจียวไข่
เพราะม.ร.ว.คึกฤทธิ์บอกไว้ในหนังสือน้ำพริกประมาณว่า ถ้าเจียวไข่ไม่ใช้น้ำมันหมู ฆ่าผมให้ตายดีกว่า
ขนาดนั้น
เลยอยากลองด้วยซักตั้ง
ไข่เจียวฟูฟ่า ข้าวผัดหอมฟุ้ง
ครัวเหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นมันแผล็บ
(ความมันเป็นกลิ่นได้-ยืนยัน)
เสร็จแล้วก็ตักใส่จาน
3
จักรพันธุ์บอกว่าอร่อย
แม้จะเป็นข้าวผัดกากหมูที่รสชาติไม่ชาวบ้านเอาซะเลย
เมื่อบวกกับปลาทูทอดตัวเป้งที่จักรพันธุ์โชว์ทักษะ
ก็กินกันพุงกาง
รู้ตัวอีกที ก็พบว่าโคเรสเตอรอลมากเกินไป
อืดตาย ไร้สติ
แต่รู้สึกเหมือนสำเร็จภารกิจไปหนึ่งอย่าง


 

kitschen 002 : ข้าวอะไร

posted on 13 Oct 2008 15:00 by kitsch-me-five in kitschen

หิวอีกแล้ว...

เปิดตู้เย็นอีกแล้ว และพบว่ายังมีแครอทถุงเดิมอยู่อีกแล้ว

หยิบเนื้อวัวแข็งโป๊กจากช่องฟรีซออกมา ขุดเจอมันฝรั่งและเห็ดเข็มทอง (แพ็คใหม่)

ทำอยู่นานมาก

ผลลัพธ์คือ

TADA....

อร่อยอีกแล้ว

หึหึ..

วัตถุดิบ

+เนื้อวัวแข็งโป๊กหั่นลูกเต๋าประมาณ 1 อิ่ม

+มันฝรั่งปอกลอก ครึ่งหัว (อีกครึ่งนึงอย่าลืมเอาไปแกะพิมพ์ทำกิจกรรมงุงิอื่นๆ)

+แครอทหั่นเป็นแท่งค่อนหัว (อันนี้ใช้ไอ้ค่อนที่เหลือจากคราวที่แล้วล่ะ)

+เห็ดเข็มทองบิมาสัก 1/3 ของแพ็ค

+ข้าว 1 ถ้วยอิ่ม

วัตถุสุก

ขั้นแรก หั่นเนื้อเป็นลูกเต๋าแล้วหมักกับซีอิ้วขาว น้ำมันหอย และน้ำตาล (ใครมีโชยุก็ใส่ไป แต่เราไม่ค่อยชอบโชยุน่ะ)

 

ขั้นสอง ต้มน้ำให้เดือดพล่านระหว่างหั่นและหั่น (หั่นแครอทก่อน เพราะแครอทต้มนานกว่า) จากนั้น ใส่แครอทลงน้ำ พยายามอย่าทำน้ำกระเด็น เพราะนอกจากมือจะพองแล้วยังดูโง่ไปหน่อย จากนั้นหันมาปอกมันฝรั่ง หั่นใหญ่ๆ เมื่อน้ำปุดอีกครั้งก็โยนมันฝรั่งลงไป (เบาๆ บอกแล้วว่าอย่าให้กระเด็น) ต้มไปเรื่อย จนเอาส้อมจิ้มแล้วทั้งสองสิ่งนิ่มชวนละลายในปาก

 

ขั้นสาม ตักแครอทและมันฝรั่งทั้งหมดออกมา ใช้น้ำที่เหลือในหม้อลวกเห็ดเข็มทอง เพื่อความสวยงาม ประคองอย่าให้มันกระจาย เพราะเดี๋ยวไม่สวยเวลาจัด (ไม่รู้จะจัดทำไม เดี๋ยวก็กินจนเรียบอยู่ดี)

 

ขั้นสี่ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน แล้วเทเนื้อพร้อมน้ำที่หมักลงไป (ขั้นตอนนี้ กระเด็นได้ ไม่โง่ เพราะโดนเหมือนกัน) มันจะขู่ฟู่ฟ่าให้มือใหม่อย่างเราขวัญเสียยิ่งนัก แต่อย่าถอยไกล เดี๋ยวไหม้เอา จากนั้น พอเห็นเนื้อแดงๆ เริ่มเปลี่ยนสีก็รวนเสียหน่อย ถ้าชอบแบบไม่สุกมาก ก็ให้หรี่ไฟแล้วละลายน้ำกับถ้วยหมักเนื้อลงกระทะนิดหน่อย ชิมให้เค็มข้นได้ที่ก็ยกลง

 

ขั้นห้า จัดทุกอย่างลงชาม แล้วเทเนื้อลงไป เพื่อความอร่อยเอาซอสก้นกระทะราดผักด้วยจะซึโกยมาก

 

ขั้นหก กินทุกอย่างที่ประณีตจัดให้เรียบจาน

kitschen 001 - ครัวที่มัวแต่ kitsch

posted on 08 Sep 2008 16:51 by kitsch-me-five in kitschen
 

หิว

เปิดตู้เย็นขุดหาซากอารยธรรม พบวัตถุโบราณดังนี้

แครอทโครงการหลวง (อายุ 4 วัน) เห็ดเข็มทอง (อายุ 1 อาทิตย์) ไข่ (อายุ 4 วัน) และหอมหัวใหญ่ (ระบุอายุไม่ได้ แต่พอเดาความยาวนานได้จากการเจริญเติบโตจนแทบจะผลิตหัวใหม่)

นี่คือภาพไซต์ขุดค้น

จากวัตถุดิบดังนี้ จึงดีไซน์เมนูใหม่ขึ้นมา ไม่รู้วิธีการ ไม่รู้จุดเริ่ม ไม่รู้จุดจบ ตามประสาคนทำอาหารไม่เป็นและอยากจะ kitsch เสียทุกลมหายใจ

แยกได้เป็นขั้นตอน ดังนี้

1. หั่นและหั่นและหั่น

ป.ล.ในวิธีการนี้ พบว่าเห็ดเข็มทองมีอาการเหม็นโอ่ จึงขอตัดออกจากส่วนผสม

2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำและผงซุปพอกลมกล่อม สักพักก็ใส่แครอทลงไป ตั้งใจต้มนานให้เปื่อย

3. ระหว่างเดือด แอบมาตีไข่ให้ขึ้นฟู (แล้วอย่าลืมใส่น้ำลงไปนิดๆ ให้นุ่มนวล)

4. ใส่หอมใหญ่ตามลงไป

5. แอบมาตักข้าวสวยใส่ชามอีกสักที

6. ราดไข่ที่ตีไว้ลงไปในกระทะที่น้ำเดือดปุดปุด จนพองพูดูดีอย่างที่เห็น

7. รอให้ไข่สุกหนึ่งชั่วน้ำลายสอ เทไข่โปะลงในชาม และรินน้ำซุปที่อยู่ในกระทะใส่ลงไปเพิ่มรสชาติเค็มข้น

เม่....(เสียงแสดงอาการขี้อวดขั้นสูงสุด) 

ไม่อยากจะอวดว่าอร่อยเหมือนกันนะ

น่าประทับใจสำหรับคนทำอาหารไม่เป็น

ว่าแต่ จะชื่ออะไรดี

ช่วยคิดชื่อเมนูหน่อย